สุขภาพจิตชายไทยย่ำแย่ เมื่อมีจู๋เล็ก

smallpenis

เป็นปัญหาที่หนุ่มบางกลุ่มให้ความกังวลเป็นอย่างมาก เพราะถือเป็นของรักของหวงของเพศชายทุกคน ที่ต้องการที่จะให้มันออกมาอย่างมสมบูรณ์แบบมากที่สุดเพื่อความพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับคนรู้ใจได้อย่างมั่นใจ ไร้ที่ติ นั้นก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของอวัยวะเพศชาย หรือ องคชาติ เนื่องจากบางคนมีความไม่พอใจในขนาดของตนเอง จนกลายมาเป็นปัญหาใหญ่หลักๆ ของชีวิตที่สร้างปมด้อยให้กับผู้ชายอย่างเราๆ ในส่วนของผู้ชายที่มีจู๋เล็กนั้น เนื่องจากอาจมีเนื้อเยื้อภายในน้อยกว่าปกติ ถึงแม้ว่าจะเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่กระจู๋ก็ยังคงเล็กไม่สมกับวัย ซึ่งตามปกติแล้ว เมื่ออวัยวะเพศเกิดการแข็งตัว ควรจะต้องมีขนาดถึง 11-12 ซม. ซึ่งการที่มีขนาดเล็กไม่ตรงเกณฑ์ อาจจะไม่ได้มีผลเสียแต่อย่างไร แต่แน่นอนว่าเป็นอะไรที่ทรมานสุขภาพจิตใจต่อตัวผู้พบปัญหานี้อย่างแน่นอน จนถึงขั้นอาจเป็นปมด้อยได้ ซึ่งตามปกติแล้ว โซนทวีปที่ได้รับการตรวจสอบดูแล้วว่ามีขนาดอวัยวะเพศที่ใหญ่ที่สุด จะเป็นโซนจากทวีปแอฟริกา ที่มีความขึ้นชื่อว่าใหญ่ที่สุดในมนุษย์โลก รองลงมาก็จะเป็นโซนจากทวีปยุโรปตะวันตก และอเมริกาเหนือ ส่วนกลุ่มที่ขึ้นชื่อว่าเล็กที่สุด ก็จะอยู่ในโซนเอเชีย โดยมีขนาดอยู่ที่ประมาณ 12-13 ซม. เมื่อมีการแข็งตัว แต่ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ที่ 12 ซม. แต่อีกหนึ่งปัจจัยที่มีผลเช่นกัน คือการที่ชายไทยต่างคิดไปว่าของตนเองเล็กกว่าปกติ เพราะการมองเห็นของตนเองด้วยตาเปล่า ผสมกับความรู้สึกส่วนตัว โดยในสาเหตุแล้ว ส่วนใหญ่อาจจะเป็นในเรื่องของกรรมพันธุ์ หรือเป็นเพราะสาเหตุจากโรคภัย ที่จะทำให้อวัยวะเพศหดตัวหรือเล็กกว่าปกติ ซึ่งเกิดจากอาการอวัยวะเพศหดตัวเข้าไปยังชั้นไขมันใต้ผิวหนังภายใน แต่สาเหตุส่วนใหญ่แล้ว เป็นเพราะผู้ชายมักมีอารมณ์และจิตใจที่เป็นต้นเหตุที่ก่อให้เกิดความรู้สึกว่าเล็กกว่าคนอื่น หรือมิเช่นนั้นก็อาจจะเป็นเพราะอาการจู๋เล็กจริง จนก่อให้เกิดเป็นปมด้วยที่สร้างความทรมานใจให้แก่ตนเอง ซึ่งในปัจจุบันการรักษาให้อวัยวะเพศชายมีความใหญ่ยาวตามมาตรฐานอาจจะยังไม่มีการให้บริการที่ชัดเจน จะมีก็แต่เครื่องมือหรือยาให้ทานเพื่อให้เพิ่มความใหญ่มากยิ่งขึ้น แต่ในวิธีที่ดีที่สุด ควรที่จะใช้เครื่องมือระบบ PHALLOSAN® forte-System เพราะจะช่วยให้อวัยวะเพศชายขยายตัวได้อย่างถาวร การยืดตัวของจู๋เพศชาย ซึ่งควรทำอย่าสม่ำเสมอ PHALLOSAN® forte ทำหน้าที่ในการยืดอวัยวะเพศที่เล็กให้ขยายตัวได้จริง โดยใช้แรงดันต่ำกว่าแรงดันภายนอก ส่งเสริมให้เกิดการขยายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังสามารถใช้งานได้ง่าย สะดวกสบาย ภายในร่มผ้า

เซ็กส์ มีประโยชน์กว่าที่คิด ทำให้สุขภาพดีมากถึง 9 อย่าง

sex

เมื่อมีการพูดถึงเซ็กส์หรือการมีเพศสัมพันธ์กัน หลายคนอาจจะมองข้ามและไม่ค่อยให้ความสนใจต่อเรื่องนี้เท่าที่ควรนัก ในการออกมาเล่าพูดคุยกับผู้อื่น เพราะจะมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควรหยิบยกออกมาพูด ผู้ที่นำเรื่องเซ็กส์ออกมาพูดนั้น จะถูกมองว่าเป็นโรคจิตทันที แต่ในปัจจุบันการพูดถึงเรื่องของ Sex จะมีมุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับการให้ประโยชน์ต่อสุขภาพยิ่งขึ้น เพราะนอกจากการมีเพศสัมพันธ์จะเป็นการสร้างความสุขใจแล้ว ยังสร้างความสุขกายด้วยเช่นกัน ทั้งยังเป็นการกระชับความรักของคู่รักที่ดีอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นคู่รักลักษณะไหนก็ตาม เพศอะไรก็แล้วแต่ การมีเซ็กส์มักให้ความสุขที่ดีอยู่เสมอ ทั้งยังให้ข้อดีต่อสุขภาพที่ดีถึง 9 ประการดังนี้

1.เซ็กส์ลดภาวะกามตายด้าน ถือเป็นสิ่งธรรมชาติที่แน่นอนอยู่แล้ว ตามคำนิยามที่ว่า สิ่งของใดที่ใช้งานบ่อย สิ่งนั้นย่อมไม่เกิดสนิมแน่นอน

2.สร้างสุขภาพจิตที่ดี การร่วมเพศกับผู้อื่น ทำให้เกิดความสุขร่วมกันทั้งกายและใจ เป็นการพิสูจน์ได้ว่าฝ่ายตรงข้ามกำลังสนใจในรูปร่างของเราอยู่เช่นกัน

3.เซ็กส์คือการออกกำลังกายที่ปลอดภัยที่สุด เพราะเป็นสิ่งที่ธรรมดาที่มนุษย์เราทุกคนนั้นต้องผ่านการมีเพศสัมพันธ์ ไม่ต้องยกเวทหนักๆ ให้ทรมานกล้ามเนื้อ เจ็บตัวน้อยที่สุด แต่ได้รับอารมณ์ที่ดีที่สุด

4.ช่วยลดอาการเจ็บปวด เพราะการมีเซ็กส์ถือเป็นการหลั่งฮอร์โมนออกมาอย่างเต็มที่ ทำให้เกิดความรู้สึกดีๆ ซึ่งความรู้สึกที่ดีเหล่านี้จะทำหน้าที่ในการกลบความเจ็บปวดทั้งหมด

5.เป็นยานอนหลับชนิดดี การมีเซ็กส์ถือเป็นยานอนหลับที่หาซื้อจากร้านขายยาที่ไหนก็ไม่ได้ อยากได้ต้องทำเอง ซึ่งมีผลลัพธ์ที่ดีกว่าการซื้อยากินเสียอีก เพราะการมีเพศสัมพันธ์กับคู่รักจะทำให้การนอนหลับ หลับสบายตัวโดยที่ไม่มีผลข้างเคียงจากฤทธิ์ยา

6.ช่วยเบิร์นแคลอรี่ จากการวิจัยมา มีข้อสรุปได้ว่า การมีเซ็กส์ในเวลา 30 นาที จะช่วยในการเผาผลาญพลังงานได้มากถึง 85 แคลอรี่ และยิ่งมีการเปลี่ยนท่าให้มากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ก็จะทำการเผาผลาญมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยจะเผาผลาญได้ถึง 125 แคลอรี่ เลยทีเดียว

7.ลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก เพราะในปัจจัยที่จะทำให้เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นเพราะการที่ไม่มีการหลั่งของอสุจิ ทำให้เกิดการดูดซึมเข้าไปใหม่จนก่อให้เกิดอันตราย เกิดความเครียด และทำให้มีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากในที่สุด

8.ทำให้บุคลิกดูดีขึ้น เป็นความเชื่อทางด้านจิตวิทยา เพราะการมีเซ็กส์บ่อยๆ อย่างสม่ำเสมอ จะทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น มีความพอใจในรูปร่างลักษณ์ของตนเอง จึงกล้าที่จะแสดงออกได้อย่างเต็มที่

9.ช่วยลดความเครียดอย่างดี เพราะการมีเพศสัมพันธ์ทุกครั้ง ร่างกายจะหลั่งสารเอนโดร์ฟินส์ ซึ่งถือเป็นสารแห่งความสุข ทำให้ผู้มีเซ็กส์ได้หลั่งไหลสารเหล่านี้ไปยังกระแสเลือด ทำให้เกิดความสุข ลดความเครียดได้อย่างดี

4 สัญญาณที่กำลังบอกว่าตาเสื่อม

eyes

ดวงตา ถือเป็นหนึ่งอวัยวะที่มีความละเอียดอ่อนอย่างมาก จึงจำเป็นต้องดูแลเป็นอย่างดีและให้ถูกต้องตามวิธี โดยเฉพาะในยุคปัจจุบัน คนส่วนใหญ่มักทำร้ายตาของตนเองโดยที่ไม่รู้ตัว เพราะในสังคมไทยในยุคของเทคโนโลยีที่ทันสมัย หนุ่มสาวที่ต้องทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน การดูโทรทัศน์ในระยะที่ใกล้เกินไป การที่ตากระทบกับแสงแดดโดยตรง หรือแม้แต่สังคมก้มหน้า ที่ตั้งหน้าตั้งตาเล่นแต่โทรศัพท์มือถือ Smart Phone เป็นประจำ บ่อยๆ ก็ถือเป็นสิ่งที่ทำร้ายดวงตาของเราทั้งสิ้น แต่พฤติกรรมในการอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือหน้าจอโทรศัพท์ จัดเป็นหนึ่งสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เกิดปัญหาของดวงตามากที่สุด จนก่อให้เกิดโรค Computer Vision Syndrome หรือ (CVS) ถือเป็นหนึ่งโรคฮิตที่เป็นเยอะมากสำหรับหนุ่มสาวยุคดิจิทัลไปเสียแล้ว ซึ่งเราควรต้องเช็คดูบ้างแล้วว่า เราได้มีสัญญาณร้ายจากดวงตาหรือยัง ว่าเรากำลังจะตาเสื่อม โดยมีด้วยกัน 4 สัญญาณ ดังนี้

1.มีอาการแสบตา เคืองตา หรือคันตา โดยปกติแล้วมนุษย์เราจะกระพริบตา 20 ครั้งต่อ 1 นาที เพื่อเป็นการเกลี่ยน้ำตาให้คลุมทั่วผิวดวงตาทั้งหมด เพื่อให้เกิดความชุ่มชื่น ไม่แห้งจนเกินไป แต่บุคคลบางกลุ่มที่ต้องทำงานหน้าคอมพิวเตอร์หรือเล่นโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานานๆ บ่อยๆ จะทำให้ดวงตาเรานั้นขาดการกระพริบตาลดลงถึง 60% จึงก่อให้เกิดอาการแสบตา เคืองตา หรือคันตาได้ ซึ่งถ้าอาการรุนแรงก็อาจจะทำให้เป็นโรคตาแดงได้เลย

2.มองเห็นภาพซ้อน ตาพร่ามัวเห็นไม่ชัด เป็นอาการของบุคคลที่ต้องจ้องหน้าจออยู่เป็นเวลานานกว่า 3-5 ชั่วโมงขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็นการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือจ้องหน้าจอโทรศัพท์ การเพ่งมากๆ ก็ทำให้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงได้ง่าย ทำให้เกิดอาการพร่ามัว เหมือนคนสายตาสั้น หรือมองเห็นเป็นภาพซ้อนๆ กัน ซึ่งอาการพวกนี้จะดีขึ้นก็ต่อเมื่อดวงตาได้รับการพักผ่อน

3.เมื่อยตา ตากระตุก สำหรับคนที่จ้องหน้าจอเป็นเวลานาน ทั้งโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ ที่ต้องเจอสภาพจอที่มีแสงจ้ามาเกินไป หรือมีแสงที่น้อยเกินไป ทำให้ดวงตาเกร็งจนผิดปกติ ซึ่งในอาการเริ่มต้น จะมีการกระตุกของตาเล็กน้อยเนื่องจากการเกร็ง ซึ่งจะทำให้ต้องกระพริบตาบ่อยขึ้น แต่เมื่ออาการเริ่มหนัก จะทำให้หนังตาเกร็งจนผิดปกติ จนต้องกระพริบตาแรงๆ

4.ปวดกระบอกตา เป็นอาการที่เกิดขึ้นกับคนที่ต้องจ้องหน้าจอโทรศัพท์และเครื่องคอมพิวเตอร์นานกว่า 6 ชั่วโมง โดยจะมีอาการปวดหัวคิ้วไปจนถึงศีรษะ หากยังฝืนใช้ดวงตาต่อไป จะทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะได้ ตามัว คลื่นไส้ หรืออาเจียนได้

9 ข้อควรปฏิบัติ เมื่อต้องการให้ผู้สูงอายุที่บ้านสุขภาพดี

medicina-interna

เชื่อว่าทุกๆ ครัวเรือน ทุกครอบครัวจะต้องมีผู้ใหญ่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อ , คุณแม่ , ป้า , น้า , อา , ลุง , ปู่ , ย่า , ตา หรือยาย บุคคลพวกนี้จัดเป็นคนในครอบครัวที่กำลังก้าวเข้าสู่การเป็นผู้สูงอายุในไม่ช้า เมื่อเป็นผู้สูงอายุแล้วก็ต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ เพราะจัดเป็นวัยที่มีบั้นปลายชีวิตที่ไม่นาน และร่างกายเริ่มเสื่อมสภาพไปทุกวัน โรคต่างๆ ก็จะรุมเร้าเข้ามาได้ง่าย เพราะสุขภาพที่ไม่ดีเท่าที่ควร เพราะฉะนั้นคนในบ้านไม่ว่าจะเป็นลูกๆ หลานๆ หรือจะอยู่ในฐานะอะไรก็แล้วแต่ ควรรักและดูแลพวกเค้าเป็นอย่างดี ทั้งในเรื่องของสุขภาพกายและสุขภาพใจ สร้างความสุขให้แก่พวกเขามากๆ เพื่อให้เขาได้ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้แก่ลูกหลาน คอยให้คำอวยพร และอยู่รอดูคนในบ้านประสบความสำเร็จในอนาคต ซึ่งนี้คงเป็นที่สุดของชีวิตคนชราแล้วที่อยากจะเห็นก่อนที่จะลาจากโลกนี้ไป ถ้าอย่างนั้น เราทุกคนจึงควรที่จะศึกษาถึง 9 ข้อที่ควรปฏิบัติต่อผู้สูงอายุ เพื่อให้ท่านสุขภาพดี โดยทำได้ง่ายๆ ดังนี้

1.การเลือกอาหาร ในวัยนี้ถือเป็นวัยที่ใช้พลังงานได้น้อยลงจากกิจกรรมที่ลดลงแต่ละวัน ทำให้ผู้สูงอายุควรที่จะลดอาหารประเภทแป้ง , ไขมัน และน้ำตาล ทั้งยังต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรถจัดทุกชนิด ไม่ว่าจะหวานจัดหรือเค็มจัด ทั้งนี้จึงต้องเพิ่มสารอาหารที่คนชรามักขาด อย่างเช่น สังกะสี , แคลเซียม และเหล็ก โดยจะหาได้จากถั่วเหลือ , ผัก , ผลไม้ หรือพืชพันธ์ต่างๆ โดยต้องดื่มน้ำให้ได้วันละ 6-8 แก้ว

2.การออกกำลังกาย หากเป็นคนที่ไม่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว ก็ควรที่จะออกกำลังกายประเภทแอโรบิคสัก 30 นาที ต่อครั้ง โดยให้ได้สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง ในการออกกำลังกายควรมีการยืดเส้นยืดสายก่อนและเริ่มท่าที่เบาๆ จนถึงเริ่มเพิ่มความหนักขึ้นตามที่ต้องการ จนกว่าจะถึงเวลาที่กำหนด แล้วค่อยๆ ลดความหนักขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้หัวใจและหลอดเลือดได้ปรับตัว

3.อากาศที่บริสุทธิ์ เป็นการลดอาการของโรคภูมิแพ้หรือหอบหืด โดยการไปอยู่ในอากาศที่บริสุทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นสวนธารณะใกล้บ้าน หรือจะเป็นบ้านที่มีบรรยากาศที่ถ่ายเทสะดวก มีการปลูกต้นไม้ การจัดเก็บสิ่งของเพาะเชื้อโรค สิ่งพวกนี้จะทำผู้สูงอายุไกลจากโรคภัยไข้เจ็บได้

4.หลีกเลี่ยงอบายมุขต่างๆ การสูบบุหรี่หรือสุรา จะทำให้คนชรามีร่างกายที่อ่อนแอมากกว่าปกติ หากมีโรคอยู่แล้วก็จะทำให้อาการยิ่งรุนแรงกว่าที่เคย

5.การลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ ในบริเวณบ้านทุกจุดทั้งในบ้านและนอกบ้าน ควรมีการจัดพื้นที่ให้สะดวก ไม่ก่อความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุหรือการหกล้มของคนชรา ทั้งยังต้องส่งเสริมให้กล้ามเนื้อของผู้สูงอายุแข็งแรง

6.การคุมอาหาร การลดปริมาณอาหาร คุมให้พอดีความต้องการของร่ายกาย รวมทั้งการออกกำลังการ เป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไป เพื่อให้ผู้สูงอายุแข็งแรง สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องตัว หกล้มได้อยาก ลดความเสี่ยงต่อของโรคหลอดเลือดหัวใจและข้อเข่าเสื่อมได้อีกด้วย

7.ศึกษายาและหลีกเลี่ยงยาที่ไม่เหมาะสม เช่นการซื้อยารับประทานเอง หรือการนำยาเดิมที่เคยกิน มารับประทานใหม่หลังป่วยอีกครั้ง หรือแม้แต่การรับยาจากผู้อื่น เป็นสิ่งที่ไม่ควร เพราะในวัยนี้ตับและไตจะสามารถจำกัดยาได้น้อยลง ทำให้อาจเกิดผลข้างเคียงต่อพิษของยาได้อย่างรุนแรง บางครั้งอาจถึงแก่ชีวิต

8.ตรวจความผิดปกติของร่างกายเป็นประจำ การสังเกตว่ามีก้อนอะไรขึ้นตามร่างกายบ้างมั้ย มีก้อนอะไรที่เริ่มใหญ่ขึ้นบ้างหรือเปล่า แผลเรื้อรัง ปัญหาในการกลืนอาหาร เหนื่อยง่าย หรือทุกสิ่งที่มีความผิดปกติไปจากเดิม ควรที่จะเข้าพบแพทย์เป็นสิ่งที่ดีที่สุด

9.หมั่นตรวจสุขภาพประจำปี ให้ตรวจอยู่เสมอทุกปี หรืออย่างน้อย 3 ปีครั้ง เพื่อทางการแพทย์จะได้ตรวจความเสี่ยงต่อโรคทุกชนิด ทั้งยังตรวจความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุของผู้สูงอายุ เพื่อที่จะได้รักษาได้ทันท่วงที

14 ข้อ สรรพคุณและประโยชน์ของทุเรียน ที่ดีต่อสุขภาพ

durian

ทุเรียนจัดเป็นผลไม่ที่ขึ้นชื่ออย่างมากในประเทศไทย เพราะมีหลากหลายประเทศที่ต้องการซื้อเพื่อนำไปจำหน่ายในประเทศของตน เนื่องจากทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีเนื้อแน่น หวาน มันส์ กรอบ อร่อย ทั้งยังนำไปทำสินค้ารูปแบบอื่นๆ ได้อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น ทุเรียนกวน , ทุเรียนกรอบ หรือจะเป็นข้าวเหนียวทุเรียน ซึ่งแต่ละเมนูนั้น ก็อร่อยติดปากทุกคนอย่างแน่นอน ทำให้ทุเรียนเป็นเหมือนสวรรค์ของนักกิน ทั้งนี้ทุเรียนยังเป็นผลไม้ที่ออกผลในช่วงฤดูของมันเท่านั้น ไม่ได้มีมาออกจำหน่ายตลอดทั้งปี ทำให้การค้าขายมีราคาสูงกว่าผลไม้ชนิดอื่นๆ ยิ่งในปัจจุบันทุเรียนยังเป็นสินค้าส่งออกต่างประเทศ ทำให้มีจำนวนน้อยในการขายในประเทศ พอสินค้ามีน้อยแต่ความต้องการสูง ก็ทำให้ทุเรียนมีราคาที่สูงโดดจนน่าตกใจ แต่ผู้คนส่วนใหญ่ก็ยอมจ่ายเพื่อการกินผลไม้ที่ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยเสมอ โดยทุเรียนมีทั้งสรรพคุณและประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ที่จะมาช่วยรักษาโรคร้ายต่างๆ ได้โดยที่ไม่น่าเชื่อ จัดเป็นผลไม่ที่มีประโยชน์แก่สุขภาพอย่างหนึ่งที่ร่างกายของมนุษย์ต้องการถึง 14 ข้อ ดังนี้

1.เนื้อทุเรียนช่วยให้ฝีแห้ง

2.เนื้อทุเรียนช่วยรักษาโรคผิวหนัง

3.รากและใบทุเรียนเป็นยาแก้ไข้ได้ โดยการนำใบวางไว้บนศีรษะ

4.รากทุเรียนรักษาอาการท้องร่วงได้

5.ใบและเนื้อทุเรียนสามารถช่วยขับพยาธิ

6.ใบทุเรียนสามารถแก้โรคดีซ่าน

7.ใบทุเรียนช่วยให้หนองแห้ง

8.เปลือกทุเรียนช่วยแก้ตาซาง

9.เปลือกทุเรียนช่วยรักษาโรคคางทูม

10.เปลือกทุเรียนช่วยรักษาน้ำเหลืองเสีย

11.เปลือกทุเรียนช่วยรักษาฝี

12.เปลือกทุเรียนสามารถรักษาแผลพุพอง

13.เปลือกทุเรียนใช้สมานแผล

14.เปลือกทุเรียนใช้ไล่ยุงและแมลง

ทุเรียนก็ยังมีประโยชน์ต่างๆ ทางการแพทย์ได้อีกด้วย ซึ่งต้องบอกเลยว่าทั้งอร่อย ทั้งมีประโยชน์ต่อสุขภาพแบบนี้ ไม่ซื้อมากินสักครั้ง จะถือว่าพลาดอย่างมาก