ดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากมะเร็งปากมดลูก

cervical-cancer-women-enemy
25146036 - young beautiful woman is having stomach ache. isolated on white.

แค่พูดคำว่า โรคมะเร็ง ไม่ว่าจะเกิดขึ้นบริเวณส่วนไหนก็ตามของร่างกายนี่คือเชื้อที่ต้องบอกว่าคร่าชีวิตคนบนโลกใบนี้ไปแล้วนักต่อนัก ต้องยอมรับว่าการรักษาให้หายขาดมันยังเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก ทำให้หลายคนเวลาตรวจพบว่าตัวเองเป็นโรคนี้ก็จะมีการตอบสนองแตกต่างกันออกไป ซึ่งอวัยวะต่างๆ บนร่างกายมนุษย์สามารถที่จะเกิดมะเร็งขึ้นได้ โดยเฉพาะผู้หญิงอวัยวะที่อันตรายสุ่มเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งก็คือ ปากมดลูก ที่ผู้หญิงทุกคนหากไม่มีการดูแลรักษาสุขภาพ ตรวจเช็คสุขภาพให้ดีก็มีความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกได้เช่นเดียวกัน

สาเหตุของการเกิดมะเร็งปากมดลูก

จริงๆ แล้วโรคมะเร็งทุกชนิดเกิดจากการที่เซลล์ในร่างกายถูกกระตุ้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน มีตัวต้นเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งได้มากมาย อาทิ เชื้อไวรัสในบริเวณอวัยวะดังกล่าว สารเคมีที่ทำให้ร่างกายระคายเคืองในระยะยาว หรือแม้แต่การที่เซลล์ในบริเวณนั้นๆ ได้รับอาการบาดเจ็บจากสาเหตุอื่นๆ ซึ่งมะเร็งปากมดลูกเองเกิดจากเชื้อไวรัสเอชพีวี หรือ Human Papilloma Virus เป็นตัวก่อมะเร็งชั้นดี

อาการของมะเร็งปากมดลูก

1.เริ่มต้นจากไม่มีอาการใดๆ ทั้งสิ้น แต่จะตรวจพบได้หากมีการตรวจภายใน

2.มีเลือกออกทางช่องคลอดหลังมีเพศสัมพันธ์ หรือออกแบบนิดๆ หน่อยๆ ระหว่างรอบเดือน รวมถึงการมีประจำเดือนมากและนานกว่าปกติ

3.มีของเหลวออกมาจากช่องคลอดแบบไม่มีสาเหตุ ตกขาวเป็นน้ำ เป็นเมือกขุ่นๆ มีหนองเลือดปนออกมา รวมถึงมีเศษเนื้อปนออกมาอาจมีกลิ่นและไม่มีกลิ่นก็ได้

4.คนที่มีก้อนมะเร็งขนาดใหญ่ จะปวดท้องแบบหน่วงๆ ตรงท้องน้อย ปัสสาวะไม่ค่อยออก ถ่ายอุจจาระยาก

5.ช่วงแพร่กระจาย อาจกระจายในระบบน้ำเหลืองในช่องท้อง ปวดหลัง จุกลิ้นปี่ รวมถึงสามารถกระจายไปยังอวัยวะต่างๆ ของร่างกายได้ด้วย

การป้องกันมะเร็งปากมดลูก

ปัจจุบันนี้มีการฉีดยาเพื่อช่วยป้องกันอาการมะเร็งปากมดลูกได้โดยสามารถป้องกันได้ถึง 70% ซึ่งสามารถฉีดได้ในช่วงที่มีการตรวจร่างกายประจำปี แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของการพยายามดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองให้ดีอยู่ตลอด พยายามตรวจร่างกายอย่างน้อยปีละครั้ง ทานอาหารที่เหมาะสม แม้ว่าจะหมดช่วงที่มีประจำเดือนแล้วก็ยังควรที่จะต้องตรวจร่างกายเรื่องนี้ด้วยอยู่ดี

การรักษาโรคมะเร็งปากมดลูก

จริงๆ แล้วมันขึ้นอยู่กับระยะที่เป็นรวมถึงการแพร่กระจายของเชื้อว่ามีมากแค่ไหน ถ้าหากยังไม่มากผ่าตัดหรือฉายรังสี ซึ่งสามารถรักษาได้ดีหากรู้ในระยะเริ่มต้น แต่ถ้าหากเป็นระยะหลังๆ ก็ทำได้เพียงรักษาตามอาการพร้อมทั้งต้องมีจิตใจของผู้ป่วยที่เข้มแข็งประกอบกันไปด้วย