ประโยชน์ของกล้วย และเหตุผลที่เราต้องกินกล้วย

healty-banana-very-good

healty-banana-very-good

กล้วยเป็นผลไม้ชนิดหนึ่ง ซึ่งในประเทศไทยหาทานได้ง่ายมาก เพราะฉะนั้นจึงมีราคาถูก คนไทยทั้งในอดีตและปัจจุบันนิยมมาก อีกทั้งประโยชน์ของกล้วยก็มีมากมาย และมีหลายชนิด นอกจากนี้บางคนเอากล้วยมากินเพื่อลดความอ้วน บางคนทำมาทานเป็นของว่าง วันนี้เรามาศึกษากันดีกว่าว่าทำไมถึงต้องกินกล้วย กินแล้วมันดียังไง

กล้วยหอม

มีขนาดผลใหญ่ นิยมเอามาทานคู่กับไอศกรีม มีสรรพคุณช่วยทำให้เลิกบุหรี่ได้ เนื่องจากมีวิตามินB6 , B12 มีโพแทสเซียม, แมกนีเซียมเยอะ ทำให้ร่างกายฟื้นฟูจากการหยุดรับนิโคตินในบุหรี่ได้ ช่วยลดอาการหงุดหงิดจากการขาดบุหรี่ได้ดีมากนอกจากนี้สำหรับคุณผู้หญิงทั้งหลาย ก่อนมีประจำเดือน จะเกิดความรู้สึกหงุดหงิด , ปวดท้อง , ปวดหัว อย่าลืมคิดถึงน้องกล้วยหอม เพราะน้องกล้วยหอมช่วยลดอาการเหล่านี้ได้ดี ไม่เชื่อลองดูซิ

กล้วยน้ำว้า

ผลอ้วนป้อม มีสรรพคุณช่วยแก้โลหิตจาง นำมาทำกล้วยบวชชีอร่อย เห็นลูกอ้วนๆ ป้อมๆ อย่างนี้ มันอุดมไปด้วยสารอาหารเพียบ มีธาตุเหล็กสูง , ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง นอกจากนี้ยังมีแคลเซียม , ฟอสฟอรัส , วิตามิน C , แคโรทีน , รวมทั้งใยอาหาร

กล้วยไข่

ผลเล็กน่ารัก รสชาติหวาน ทานคำเดียวก็หมด มีสรรพคุณช่วยลดริ้วรอย , มีต้านอนุมูลอิสระ , มีสารเบต้าแคโรทีน , ช่วยชะลอความเหี่ยว , ชะลอริ้วรอยต่างๆ , ชะลอความเสื่อมของเซลล์ , มีฤทธิ์ป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็ง รวมทั้งช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์เนื้อร้ายได้อีกด้วย

กินกล้วยอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เนื้อของกล้วยสุก ทานง่าย นุ่ม ลื่น ย่อยง่ายกว่ากล้วยดิบ แต่ด้วยความที่ทานง่ายนี่แหละทำให้บางคนเคี้ยวไม่ละเอียด ขอบอกว่าเป็นวิธีการทานกล้วยที่ผิดมาก เพราะเนื้อกล้วยมีองค์ประกอบที่เป็นแป้งมากถึง 25% เลยทีเดียว ถ้าคุณเคี้ยวไม่ละเอียด เคี้ยวแป๊ปเดียวแล้วก็กลืน จะทำให้กระเพาะอาหารทำงานหนัก เพื่อเค้นพลังมาย่อยกล้วยชิ้นใหญ่ ส่งผลให้เนื้อกล้วยเข้าไปอืดในกระเพาะ ทำให้ปวดท้องได้ เพราะฉะนั้นเมื่อคุณอ่านบทความนี้จบแล้ว คราวหน้าที่กินกล้วย อย่าลืมเคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืนล่ะ นอกจากนี้กล้วยยังเป็นอาหารที่สาวๆ ใช้ลดความอ้วน เนื่องจากมันมีคุณค่าทางอาหารสูง อิ่มไว มีโพแทสเซียมสูง ถ้าทานในปริมาณที่กำลังพอดี มันจะช่วยลดโรคอันเกิดจากความดันโลหิตได้ แต่อย่างไรก็ตามถ้าทานมากเกินไปต่อวัน ร่างกายของคุณอาจได้รับโพแทสเซียมปริมาณมากจนเกินไป และขับออกทางไตไม่ทัน ส่งผลให้เกิดอันตรายต่อไตได้ เพราะฉะนั้นปริมาณที่อยากแนะนำ คือ 2 ผลต่อวันก็เพียงพอแล้ว