เป็นเริมเริ่มรักษาอย่างไรดี

Herpes-virus-human

Herpes-virus-human

เริมเป็นโรคติดต่อชนิดหนึ่งที่ผู้ป่วยจำนวนมากมองว่าเป็นโรคน่าอาย กว่าจะมาหาแพทย์ก็ทำใจแล้วทำใจอีก อย่างไรตามโรคนี้ถ้าได้การรักษาอย่างรวดเร็ว ก็ไม่ใช่โรครุนแรงเท่าไหร่นัก

เริม เป็นโรคที่แสดงออกทางผิวหนังชนิดหนึ่ง สามารถพบได้ในคนทุกวัย แต่จะพบมากในวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายต่างก็ล้วนมีโอกาสเกิดโรคนี้ได้

รอยโรคของเริมเป็นยังไง

รอยโรคของเริม คือ เกิดตุ่มใสขนาดเล็ก , มีความพอง , เกิดความรู้สึกเจ็บปวด , ปวดแสบปวดร้อนบริเวณแผล พอเวลาผ่านไปประมาณ 1-2 วัน ตุ่มใสนั้นจะเกิดน้ำอยู่ข้างใน โดยส่วนมาก ตุ่มพวกนี้จะพบได้บริเวณปาก , อวัยวะเพศ , ทวารหนัก , ต้นขา ก่อนเกิดตุ่มใสผุดขึ้นมา ผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนเพลีย , ปวดเมื่อยตามร่างกาย นอกจากนี้ในบางรายอาจมีอาการคล้ายๆ กับเป็นหวัดแต่มีอาการแค่เล็กน้อยเท่านั้น ทำให้หลายคนๆ เกิดความเข้าใจผิดว่าตนเป็นแค่หวัดธรรมดา โดยผู้ป่วยที่ติดเชื้อครั้งแรกจะมีอาการหนักและรุนแรงกว่า ผู้ป่วยที่มีเชื้ออยู่แล้ว

เป็นเริมรักษาอย่างไรดี

  • ผู้ป่วยต้องดูแลร่างกายให้แข็งแรง พยายามอย่าให้ภูมิคุ้มกันลดลง ไม่อย่างนั้นโรคจะปรากฏ
  • ผู้ป่วยต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำเปล่าให้ครบ 8 แก้ว/วัน รวมทั้งต้องออกกำลังกายด้วย อย่างไรก็ตามผู้ป่วยจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงปัจจัยต่างๆ ซึ่งจะกระตุ้นอารมณ์ทำให้เกิดความรู้สึกเครียด , วิตกกังวล รวมทั้งหลีกเลี่ยงการอยู่ในบริเวณที่มีแดดจัด , ลมแรง , มีอากาศหนาวจัด เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย
  • ผู้ป่วยกับผู้ใกล้ชิดให้หลีกเลี่ยงการใช้ของซึ่งอาจทำให้เกิดการติดเชื้อร่วมกัน ยกตัวอย่างเช่น แก้วน้ำ , ผ้าขนหนู , ช้อนส้อม เป็นต้น อีกทั้งในบริเวณที่อยู่อาศัยก็ให้หมั่นทำความสะอาดอยู่เสมอ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคผสมเจือจาง
  • ถ้าผู้ป่วยมีไข้ขึ้นสูง จำเป็นต้องเช็ดตัวอย่างสม่ำเสมอ รีบเดินทางไปพบแพทย์เพื่อรับยา โดยรวมถึงมีอาการปวดและคันด้วย ขอให้ตระหนักไว้หว่าการปรึกษาแพทย์ก่อนทานยาใดๆ ก็ตามเป็นเรื่องสำคัญมาก
  • ในช่วงที่เกิดโรคผู้ป่วยต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้อื่นโดยตรง เช่น การกอด , การจูบ , เข้าไปคลุกคลี โดยเฉพาะการมีเพศสัมพันธ์ เป็นการกระทำที่แพร่เชื้อได้ง่ายที่สุด ทั้งนี้หลีกเลี่ยงจนกว่าแผลจะหายสนิท
  • ถ้าเป็นเริมครั้งแรก ผู้ป่วยอาจไปตรวจโรคอื่นๆ ได้ด้วย เพื่อความปลอดภัยและลดความกังวล นอกจากนี้ผู้ที่เป็นเริมบ่อยครั้ง หรือมีอาการรุนแรง ยาวนานกว่า 1 เดือน ให้รีบไปตรวจโดยด่วน เนื่องจากอาจมีความเสี่ยงในการที่จะติดเชื้อร้ายอื่นๆ เช่น HIV เป็นต้น