9 ข้อควรปฏิบัติ เมื่อต้องการให้ผู้สูงอายุที่บ้านสุขภาพดี

partner_Older

เชื่อว่าทุกๆ ครัวเรือน ทุกครอบครัวจะต้องมีผู้ใหญ่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อ , คุณแม่ , ป้า , น้า , อา , ลุง , ปู่ , ย่า , ตา หรือยาย บุคคลพวกนี้จัดเป็นคนในครอบครัวที่กำลังก้าวเข้าสู่การเป็นผู้สูงอายุในไม่ช้า เมื่อเป็นผู้สูงอายุแล้วก็ต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ เพราะจัดเป็นวัยที่มีบั้นปลายชีวิตที่ไม่นาน และร่างกายเริ่มเสื่อมสภาพไปทุกวัน โรคต่างๆ ก็จะรุมเร้าเข้ามาได้ง่าย เพราะสุขภาพที่ไม่ดีเท่าที่ควร เพราะฉะนั้นคนในบ้านไม่ว่าจะเป็นลูกๆ หลานๆ หรือจะอยู่ในฐานะอะไรก็แล้วแต่ ควรรักและดูแลพวกเค้าเป็นอย่างดี ทั้งในเรื่องของสุขภาพกายและสุขภาพใจ สร้างความสุขให้แก่พวกเขามากๆ เพื่อให้เขาได้ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้แก่ลูกหลาน คอยให้คำอวยพร และอยู่รอดูคนในบ้านประสบความสำเร็จในอนาคต ซึ่งนี้คงเป็นที่สุดของชีวิตคนชราแล้วที่อยากจะเห็นก่อนที่จะลาจากโลกนี้ไป ถ้าอย่างนั้น เราทุกคนจึงควรที่จะศึกษาถึง 9 ข้อที่ควรปฏิบัติต่อผู้สูงอายุ เพื่อให้ท่านสุขภาพดี โดยทำได้ง่ายๆ ดังนี้

1.การเลือกอาหาร ในวัยนี้ถือเป็นวัยที่ใช้พลังงานได้น้อยลงจากกิจกรรมที่ลดลงแต่ละวัน ทำให้ผู้สูงอายุควรที่จะลดอาหารประเภทแป้ง , ไขมัน และน้ำตาล ทั้งยังต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรถจัดทุกชนิด ไม่ว่าจะหวานจัดหรือเค็มจัด ทั้งนี้จึงต้องเพิ่มสารอาหารที่คนชรามักขาด อย่างเช่น สังกะสี , แคลเซียม และเหล็ก โดยจะหาได้จากถั่วเหลือ , ผัก , ผลไม้ หรือพืชพันธ์ต่างๆ โดยต้องดื่มน้ำให้ได้วันละ 6-8 แก้ว

2.การออกกำลังกาย หากเป็นคนที่ไม่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว ก็ควรที่จะออกกำลังกายประเภทแอโรบิคสัก 30 นาที ต่อครั้ง โดยให้ได้สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง ในการออกกำลังกายควรมีการยืดเส้นยืดสายก่อนและเริ่มท่าที่เบาๆ จนถึงเริ่มเพิ่มความหนักขึ้นตามที่ต้องการ จนกว่าจะถึงเวลาที่กำหนด แล้วค่อยๆ ลดความหนักขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้หัวใจและหลอดเลือดได้ปรับตัว

3.อากาศที่บริสุทธิ์ เป็นการลดอาการของโรคภูมิแพ้หรือหอบหืด โดยการไปอยู่ในอากาศที่บริสุทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นสวนธารณะใกล้บ้าน หรือจะเป็นบ้านที่มีบรรยากาศที่ถ่ายเทสะดวก มีการปลูกต้นไม้ การจัดเก็บสิ่งของเพาะเชื้อโรค สิ่งพวกนี้จะทำผู้สูงอายุไกลจากโรคภัยไข้เจ็บได้

4.หลีกเลี่ยงอบายมุขต่างๆ การสูบบุหรี่หรือสุรา จะทำให้คนชรามีร่างกายที่อ่อนแอมากกว่าปกติ หากมีโรคอยู่แล้วก็จะทำให้อาการยิ่งรุนแรงกว่าที่เคย

5.การลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ ในบริเวณบ้านทุกจุดทั้งในบ้านและนอกบ้าน ควรมีการจัดพื้นที่ให้สะดวก ไม่ก่อความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุหรือการหกล้มของคนชรา ทั้งยังต้องส่งเสริมให้กล้ามเนื้อของผู้สูงอายุแข็งแรง

6.การคุมอาหาร การลดปริมาณอาหาร คุมให้พอดีความต้องการของร่ายกาย รวมทั้งการออกกำลังการ เป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไป เพื่อให้ผู้สูงอายุแข็งแรง สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องตัว หกล้มได้อยาก ลดความเสี่ยงต่อของโรคหลอดเลือดหัวใจและข้อเข่าเสื่อมได้อีกด้วย

7.ศึกษายาและหลีกเลี่ยงยาที่ไม่เหมาะสม เช่นการซื้อยารับประทานเอง หรือการนำยาเดิมที่เคยกิน มารับประทานใหม่หลังป่วยอีกครั้ง หรือแม้แต่การรับยาจากผู้อื่น เป็นสิ่งที่ไม่ควร เพราะในวัยนี้ตับและไตจะสามารถจำกัดยาได้น้อยลง ทำให้อาจเกิดผลข้างเคียงต่อพิษของยาได้อย่างรุนแรง บางครั้งอาจถึงแก่ชีวิต

8.ตรวจความผิดปกติของร่างกายเป็นประจำ การสังเกตว่ามีก้อนอะไรขึ้นตามร่างกายบ้างมั้ย มีก้อนอะไรที่เริ่มใหญ่ขึ้นบ้างหรือเปล่า แผลเรื้อรัง ปัญหาในการกลืนอาหาร เหนื่อยง่าย หรือทุกสิ่งที่มีความผิดปกติไปจากเดิม ควรที่จะเข้าพบแพทย์เป็นสิ่งที่ดีที่สุด

9.หมั่นตรวจสุขภาพประจำปี ให้ตรวจอยู่เสมอทุกปี หรืออย่างน้อย 3 ปีครั้ง เพื่อทางการแพทย์จะได้ตรวจความเสี่ยงต่อโรคทุกชนิด ทั้งยังตรวจความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุของผู้สูงอายุ เพื่อที่จะได้รักษาได้ทันท่วงที